จนกระทั่งคำว่า "แต่"

posted on 23 Aug 2009 00:37 by champcpe in chapter

หมายเหตุ : นางมารร้ายในเจแปน เป็นเรื่องยาว หากท่านเพิ่งหลงเข้ามา กรุณากดที่ Chapters  เพื่อให้สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันอย่างมีอรรถรสครับ

.....

 

 

จนกระทั่งคำว่า "แต่"

 

"แกดูรูปหมู่บ้านนี้สิ สวยมากกก...เลย จะต้องไปให้ได้เลยนะเนี่ยทริปนี้ ไม่งั้นจะเสียใจ มากกกก... โอ้ โซ บิวตี้ฟูล" มิสเอ็กซ์หันมาพูดกับผมซึ่งกำลังง่วนหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต

                "อืมม์"

                "สน - ใจ - หน่อย - จะ - ได้ -- มั้ย แกจัดแผนให้ไปที่นี่ด้วยนะ อย่าลืมนะ" เธอบอก

                และแล้วเจ้ารูปภาพเจเป็กขนาดร้อยยี่สิบคูณสามสิบห้าพิกเซล ความละเอียดต่ำๆ อันนั้นก็ทำให้เราต้องมาสืบเสาะเลาะเรื่องจนรู้ว่ามันคือหมู่บ้านฮิดะ ตั้งอยู่ในจังหวัดทาคายาม่า หมู่บ้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์เปิด (Open Museum) ที่จัดเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาภูมิปัญญาชาวบ้านของญี่ปุ่น

                "แต่มันไกลมากเลยนะ แค่นั่งรถไฟขาไปขาเดียวก็ต้องเสียเวลาตั้งสี่ชั่วโมงแล้ว นี่แสดงว่าต้องไปพักที่นั่นคืนนึง รวมๆ แล้วเสียเวลาเที่ยวไปสองวันเลย..ไปกลับ" ผมว่า

                "เฮ้ย แต่ต้องไปหวะแก ถ้าไม่ไปนี่ไม่ได้เลย ไม่ได้เลย รับไม่ได้"

                เธอดูรูปอย่างเดียวจะรู้ไปถึงกายภาพทางภูมิศาสตร์ของมันเลยหรือไงวะ - แต่ขี้เกียจจะเถียง - หมดแรงจากการหาข้อมูล - ผมจึงยอมรับแต่โดยดี รูปหมู่บ้านนั้นก็ดูสวยจริงๆ เป็นรูปบ้านไม้หลายหลังที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวๆ อวบๆ ดูฟูนุ่ม ดูเพอร์เฟค น่าหม่ำ คล้ายภาพที่ทำจากคอมพิวเตอร์กราฟิกมากกว่าสิ่งที่จะมีในโลก.. แต่ได้ข่าวว่าเราจะไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ หิม้งหิมะอะไรก็ไม่มี มันจะสวยเท่านี้เร้อ ไม่ใช่ไปถึงมีแต่ต้นไม้โกร๋นๆ กับบ้านเน่าๆ ห้าหกหลังนะ.. ผมปรามาสไว้ก่อน

                 กิริยา "ปรามาส" เป็นสิ่งที่ผมเพิ่งรับมาใช้ในช่วงหลังๆ นี้เอง, การปรับตัวสอนเราว่า อยู่กับคนขมข่า บางทีเราก็ต้องขมขิงสู้บ้าง

 

                "ต้องไปวัดคินคะคุจิด้วยนะแก วัดทองแกวัดทอง"

                "ต้องไปเซ็กส์ช็อปด้วยนะ อู๊ยย ซื้อถุงยางฝากเพื่อนๆ ไงล่ะแก ฮิป ฮิป กิ๊บเก๋ยูเรก้า บาฮาม่านิวซีแลนด์"

                "ต้องไปซื้อเครื่องสำอางค์ อันนี้ลืมไม่ได้เลยแก จดสิจด อืม เดี๋ยวแกทำไปก่อนนะ ฉันต้องไปลิสท์พวกคอสเม้ติกส์ที่ต้องซื้อ มีอายแชโดว์ ลิปกลอส .." (เดินหนีไปพร้อมกับพึมพำรายนามเครื่องสำอาง)

                "แกยังไม่ลืม หมู่บ้านฮิดะใช่มั้ย ทำไมยังไม่เห็นมีในแพลนเลยอะ"

                "ต้องไปนู่นนะแก ต้องไปนี่นะแก"

                "พิพิธภัณฑ์จิบลิ โทโระโระนะแก อั๊ง อัง อังมาชิตะโซ อึ๊ง อึง อะเด๊ะ" (ร้องไปจนจบเพลง)

                "โตเกียวทาวเวอร์แก"

                "แก.. อันนี้ก็เจ๋ง อะพิมพ์ลงไปสิ เร็วๆ เลย พิมพ์สิพิมพ์"

                "..."

                "แก.. ฉันหิวแล้ว โคร่ก" อันหลังนี่เสียงท้องร้อง

                จากการนัดวางแผนกันหลายต่อหลายครั้ง จากหลายเช้าที่ผมต้องตื่นมาพบวิวแสนสวย - จานชามกองโตของมิสเอ็กซ์ที่ไม่ได้ล้าง เสื้อนอนที่เธอยืมใส่ถูกขยุกๆ ทิ้งไว้ที่พื้น เปลือกขนมบนโต๊ะ ถุงส้มเปล่าๆ ในตู้เย็น ("กินเสร็จแล้วทำไมไม่ทิ้ง" "ลืมอะ") การ์ตูนที่ควรจะอยู่บนชั้นหนังสือดันไปกองอยู่บนเตียงของเธอ ("ทำไมไม่เก็บ" "เดี๋ยวก็อ่านใหม่") หลังจากเพลงโทโระโระที่ถูกร้องซ้ำแล้วซ้ำอีก ทีวีที่ลำโพงใกล้แตกแล้ว หลังจากมาม่าคัพหมดตู้ หลังจากป๊อกกี้เหลือแต่กล่องกองเป็นนิ่วใจ

                หลังจากวิบากกรรมทั้งหมดทั้งปวง -- ในที่สุดเราก็ทำจนสำเร็จ

                และนี่คือแผนเที่ยวอันน่าภาคภูมิใจของพวกเรา! (เอ๊ะ หรือของผมคนเดียว?)

            โอซาก้า-เกียวโต-ทาคายาม่า-โยโกฮาม่า-ฮาโกเน่-โตเกียว-โอซาก้า (ลงและขึ้นเครื่องที่โอซาก้า)

                ฟังดูเหมือนจะหลายเมือง แต่อันที่จริงแล้วมีจุดหลักๆ แค่สามแห่ง คือ โอซาก้า - ทาคายาม่า - โยโกฮาม่า เท่านั้นเอง ส่วนเมืองอื่นๆ ที่เหลือนั้นสามารถไปเช้าเย็นกลับจากฐานทัพได้ แผนการเที่ยวฉบับจริงมีรวมรายละเอียดสถานที่เที่ยวต่างๆ ในแต่ละเมืองพร้อมงบประมาณ (ซึ่งคงไม่ใช่มิสเอ็กซ์หรอกครับที่ทำ) แต่คงจะน่าเบื่อหากเอามาแถลงเสียหมดเปลือก อีกอย่าง การเที่ยวตามอำเภอใจเช่นนี้ จะให้สติ๊กทูเดอะแพลน - ดำเนินตามแผนทุกกระเบียดนิ้ว คงเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ควรทำคือรอลุ้นด้วยใจระทึกตึ้กตั้กว่าภาพสุดท้ายจะออกมาเป็นเช่นไร

                เมื่อแผนเสร็จแล้วก็ถึงเวลาจองที่พัก ซึ่งเราได้รับความช่วยเหลือจาก www.hostelworld.com  เป็นการมาก โฮสเทลเวิลด์เป็นเว็บที่รวมที่พักราคาถูกใจสบายกระเป๋า เราสามารถหาที่ซุกหัวนอนได้ในราคาไม่เกินสองพันห้าร้อยเยนต่อคนต่อคืน (ประมาณหกถึงเจ็ดร้อยบาท)

                แม้จะราคาถูกขนาดนี้แล้ว มิสเอ็กซ์ก็ยังไม่วายจะหาสิ่งที่ราคาถูกกว่านั้นลงไปอีก สิ่งที่เธอต้องการ คือสิ่งที่ผ่านการดัมพ์ราคาลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์มาแล้ว

                "แก... อันนี้มันหารแล้วหกร้อยสิบแปดเยนอะ ถูกกว่าอันนั้นตั้งสามสิบห้าเยน เอาอันนี้เถอะ" เธอเจื้อยแจ้ว

                "สามสิบห้าเยนคือสิบบาท สามสิบห้าเยนคือสิบบาท ตั้งสติหน่อย" ผมบอก

                "สิบบาท! สิบบาทหลายสิบมันก็เป็นร้อยนะแก" เธอแย้งด้วยหลักเหตุผลที่สมควรโดนสกายคิกมาก

                "แต่อันนี้มันได้เรตติ้งแค่หกสิบเปอร์เซ็นต์เองนะ! อันนั้นได้ตั้งแปดสิบห้า! แถมดูดิ อันนี้รูปห้องก็ไม่มี อ่านรีวิวคนที่ไปพักแล้ว บอกว่าไม่มีแม้กระทั่งลิฟท์! ไม่ไหวว่ะ ช่วยดูสภาพแวดล้อมหน่อยนิดนึงเหอะ" ผมเถียงเป็นชุด

                "แกอย่าฟุ่มเฟือยได้ป๊ะ โซฟุ่มเฟือยเลยเนี่ย เงินทองนะแก เงินทอง ขอสรุปเลยนะ เอาอันถูก จบ! เก็ตป๊ะ"

                เก็ตมาก เก็ตมากเลย ฮึ่ม แต่ถ้าไม่มีใครยอม มันก็ไม่จบซะที การจองโรงแรมทั้งหมดจึงตั้งอยู่ในหลักการที่ว่า หากมิสเอ็กซ์ว่าราคาถูกไม่พอ เราจะต้องหาใหม่จนเธอพอใจ ซึ่งผมก็ต้องตะลุ่มตะล่อมเธอให้โอนอ่อนผ่อนตามในบางโรงแรม ไม่งั้นมันจะห่วยจนทนไม่ได้ ("น่านะ แพงกว่าสิบเยน สามบาทเอง เอาอันนี้เถอะน่า") แต่ก็มีบางแห่งที่หลุดการวิเคราะห์ของผมเข้ารอบมา ด้วยสาเหตุที่ว่าข้อมูลที่ให้ในเว็บไม่เพียงพอ ผมจึงไม่สามารถอ้างได้ว่ามันห่วย ("ไม่มีหลักฐาน มิสเอ็กซ์ไม่รับฟ้องค่ะ") โดยรวมๆ แล้วก็ประหยัดไปได้.. สิบเอ็ดคืนคูณสี่สิบเยนเป็นสี่ร้อยสี่สิบเยนเท่ากับร้อยห้าสิบ

                โห ประหยัดได้ตั้งร้อยห้าสิบบาท ดูหนังได้ตั้งเรื่องนึงแหนะ เธอช่างเป็นแม่ศรีเรือน ภายภาคหน้าออกเรือนไปจะต้องมัธยัสถ์เก็บออมค่าใช้จ่าย ให้เป็นที่พึงพอใจของสามีและลูกเต้าแน่ๆ เพราะเธอประหยัดไปได้ถึงร้อยห้าสิบบาท.. ไปญี่ปุ่นขอประหยัดร้อยห้าสิบบาทเนี่ยนะ.. ไว้เป็นค่าแท็กซี่ไปสุวรรณภูมิเหรอจ๊ะนางสาว?

                ไม่ว่าเส้นทางจะขรุขระเพียงใดก็ตาม ในที่สุด..เราก็ได้แผนการท่องเที่ยวสิบเอ็ดวันถ้วน รายชื่อโรงแรมที่จองเรียบร้อยแล้ว พร้อมตั๋วรถไฟเจอาร์พาสชนิดเจ็ดวัน ไชโย! ยาฮู้! หมดเรื่องหมดราว คราวนี้ก่อนบิน จะได้นั่งรถทัวร์กลับบ้านต่างจังหวัด ไปนอนพักเต็มๆ สามสี่วันให้ซาบซ่านกันไปเลย

                 ไหนหละครับ ตอนที่แล้ว ที่บอกว่าจะมีพายุลูกใหญ่ ไหนหละครับที่ว่าเป็นภูเขาน้ำแข็ง ยังมีอะไรซ่อนเร้นอยู่อีกเยอะ? ตอนที่แล้วบอกให้เก็บกลองไปก็ไม่ยอมเก็บ ไม่มี้.. ไม่มีอะไรให้ระทึกขวัญอีกแล้ว แค่นี้ผมทนได้ ชิลล์ๆ หนักกว่านี้ยังไหว โด่..

                แต่แล้ว.

 

               ฉาก: นครสวรรค์ - สี่วันก่อนเดินทาง

                เสียงโมบายกระดิ่งล้อเล่นกับลมดังกรุ๊งกริ๊ง อากาศเย็นๆ พัดมาเบาๆ ผมนอนเล่นอย่างสบายใจ  บ้านที่นครสวรรค์ร่มรื่น มีต้นไม้เยอะ ทุกครั้งที่กลับบ้าน แม่จะไล่ชื่อต้นไม้พันธ์ต่างๆ ให้ฟัง แต่ผมไม่เคยจำได้สักที (ในขณะที่น้องสาวประถมต้นของผม โชว์อัจฉริยะด้วยการจำชื่อต้นไม้ได้ทั้งบ้าน รวมไปถึงชื่อทางวิทยาศาสตร์ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่  เรื่อยไปจนจำบทสนทนาของแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ภาคหนึ่งถึงสามได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษที่น่ารำคาญพอสมควรเวลาดูหนังเหล่านี้ด้วยกัน! เคราะห์ดีที่เมื่อเธอเจริญเติบโตขึ้น ความสามารถเหล่านั้นก็สูญสลายไปตามกาลเวลา)

                เมื่อวาน ครอบครัวของผมทานข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากัน น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบปี ผมเล่าเรื่องมิสเอ็กซ์และการเตรียมแผนเดินทางอันแสนขลุกขลัก (เสียงจริงต้องสูงกว่านี้สองวรรณยุกต์ เป็น แซ้นนน.. จะขลุกขลัก) แม่ฟังแล้วนึกเป็นห่วง กลัวว่าจะเที่ยวไม่สนุกเมื่อได้เพื่อนร่วมเดินทางที่น่ารักน่าคบหาแถมยังหน้าตาดีแบบนี้ ผมจึงบอกว่า ส่วนที่แย่ที่สุดคงผ่านไปแล้ว ของจริงน่าจะสบายเพราะเตรียมตัวไปค่อนข้างดี แม่จึงเริ่มวางใจ แต่ก็ไม่ลืมกำชับให้ผมเดินทางดีๆ ดูแลตัวเองและรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จนถึงเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ ไม่นำความฉิบหายมาสู่บ้านเมือง และอื่นๆ -  ปาฐกถาระหว่างมารดาและลูกของเธอหมายเลขหนึ่งศูนย์หนึ่ง น่ะครับ, บทพูดที่ได้ยินเป็นร้อยๆ พันๆ ครั้ง จากหนัง จากทีวี (โดยเฉพาะแถวๆ เดือนสิงหาคม) แต่ฟังจากแม่เรา ยังไงๆ ก็เข้าทีที่สุดอยู่ดี

                 ตอนนี้ในสวนข้างนอกมีแสงแดดอ่อนๆ บรรยากาศน่าเดินเล่น หมาๆ ที่เลี้ยงไว้เริ่มส่งเสียงเห่าเป็นเชิงหยอกล้อง้องอดกัน (ชื่อของพวกมันแสดงถึงรสนิยมของเจ้าของแต่ละตัว น้องสาวตั้งชื่อตามการ์ตูนดิสนีย์ว่า "ซิมบ้า" "นาล่า" ส่วนผม - ตั้งชื่อตามความบ้าคอมพิวเตอร์ ชื่อ "บัฟเฟอร์" - เนิร์ดมั้ย)

                เดี๋ยวรอให้เย็นอีกสักหน่อยค่อยออกไปทักทาย ขอนอนเล่นอีกสักพัก ความคิดของผมช้าลง ช้าลง จนกระทั่ง

                ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง

                โทรศัพท์ปลุกผมจากภวังค์ ผมงัวเงียลุกขึ้นมารับสาย เป็นมิสเอ็กซ์นั่นเอง

                "แก..." เสียงของเธอเว้นช่วงไปเล็กน้อย

                เธอพูดประโยคต่อไปนี้ช้าๆ แต่ทุกคำพิฆาตใจได้ชงัดนัก ผมคล้ายได้ยินเสียงกลองตีถี่รัวจากที่ไกลๆ .. ตึง ตึง ตึง ตึง..

 

                "ไม่ไป - แล้ว - นะ"

 

                ตึ้ง! ไม้กลองในมือผมหักเป็นสอ