Murphy's Law

posted on 25 Aug 2009 15:49 by champcpe in chapter

หมายเหตุ : นางมารร้ายในเจแปน เป็นเรื่องยาว หากท่านเพิ่งหลงเข้ามา กรุณากดที่ Chapters  เพื่อให้สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันอย่างมีอรรถรสครับ

.....

 

 

Murphy's Law

                กฏของเมอร์ฟี่บอกไว้ว่า

                "ถ้าอะไรสามารถเกิดความผิดพลาดได้ละก็ มันจะต้องเกิดขึ้นแน่ และจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด"

                (Whatever can go wrong will go wrong, and at the worst possible time, in the worst possible way)

                ฟังดูแล้วช่างเป็นกฏที่มองโลกในแง่ร้ายเสียเหลือเกิน สมัยเรียน มีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวถึงกฏข้อนี้บ่อยๆ ผมนึกค้านในใจ โลกเราคงไม่แย่ขนาดนั้น จะไม่ให้มีอนาคตสดใสกันเลยหรือไง

                ความจริงแล้ว กฏของเมอร์ฟี่เป็นสิ่งทุกคนควรระลึกอยู่เสมอ เป็นหลักสำคัญข้อหนึ่งในการออกแบบทุกๆ สิ่ง โดยหมายให้ผู้ออกแบบคาดการณ์ถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เช่นถ้าสร้างตึก ก็จงคำนึงถึงกรณีที่ฝนตก ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ไททานิค เครื่องบินชน คนวางระเบิด ฯลฯ พอตั้งสมมติฐานอย่างนั้นไว้แล้วในใจ อย่างน้อยจะได้มีความระมัดระวัง มีความรอบคอบในการคิดเพิ่มขึ้นหน่อย แน่นอนว่าอาจจะไม่สามารถรองรับ "เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด" อย่างที่นึกไว้ได้ แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ดีกว่าการที่ไม่เตรียมอะไรไว้สักนิดเลย

 

                เสี้ยววินาทีที่ผมได้ยินประโยคสี่พยางค์จากปากมิสเอ็กซ์

                "ไม่ไป-แล้ว-นะ" (กรุณานึกเป็นภาพสโลว์โมชั่น เสียงเป็นเอ็คโค่ - ไม่ไปแล้วนะ แล้วนะ แล้วนะ แล้วนะ)

                แทนที่ผมจะนึกถึงการจองตั๋วเครื่องบินใหม่ การจองที่พักใหม่ ทริปที่ฝันไว้ เวลาที่เสียไป เงินที่เสียไป ทำไมมิสเอ็กซ์ถึงเปลี่ยนใจ ทำไมรอจนอีกสี่วันจะขึ้นเครื่องถึงจะมาบอก ทำไมไม่รอให้เครื่องออกแล้วค่อยบอกละนี่ แทนที่จะผมนึกถึงภาพญี่ปุ่นค่อยๆ ไกลออกไป หรือนึกถึงภาพซูชิ ภาพโดเรมอน ภาพวัด ภาพเกอิชา ภาพดาราเอวี..

                ผมดันนึกถึงกฏของเมอร์ฟี่!

                สิ่งที่เลวร้ายที่สุด ในเวลาที่เลวร้ายที่สุด ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด!

 

                อึ้งไปประมาณห้าวินาที พยายามประมวลผล, ในที่สุดผมก็สามารถรวบรวมสติค่อยๆ ถามไถ่เรื่องราวจากมิสเอ็กซ์จนได้ ขอถ่ายทอดเป็นบทสนทนาเพลนๆ ให้ได้รับอรรถรสในการชมอย่างเต็มที่

                "ไม่ไป แปลว่า?" (คำถามอย่างอาร์ต)

                "แปลว่า ไปไม่ได้แล้ว" มิสเอ็กซ์บอก (คำตอบอาร์ตกว่า)

                ผมตกใจ การที่จะไปไม่ได้แล้วเพิ่งมาบอกนี่ก็คงมีไม่กี่กรณี "ใครตาย ใครประสบอุบัติเหตุหรือเปล่า"

                "ปากเสีย.. ไม่มีอะไร แค่ช่วงนั้นต้องไปเอาหลักฐานเกี่ยวกับที่เรียนหมอ

                ...แต่เดี๋ยวจะพยายามขายทัวร์ให้คนอื่น อาจจะเป็นเพื่อนของฉัน แกก็ไปกับเค้าเองละกัน แต่ฉันไปไม่ได้"

                โอ้..

                ไร้ซึ่งคำพูด, กลืนน้ำลายดังเอื๊อก ในหัวเห็นนิวส์แฟลชวิ่งเป็นประโยค มันจะบ้าหรือเปล่าวะ มันจะบ้าหรือเปล่าวะ มันจะบ้าหรือเปล่าวะ ตัวอักษรวนไปวนมาเหมือน SMS ตามรายการโทรทัศน์ น่ารำคาญแต่ปิดออกไปไม่ได้.. จะให้ไปกับคนอื่น ที่ ไม่ รู้ จัก กัน เนี่ยนะ! ถ้ามิสเอ็กซ์อยู่ตรงนี้ ผมคงจับเขย่าตัว จูนเครื่อง จูนความคิดใหม่ไปแล้ว

 

                "ฟังอยู่ปะเนี่ย โกรธปะเนี่ย" มิสเอ็กซ์ถามเสียงหงอ ผมคงเงียบไปนานพอสมควร

                โกรธมั้ยเหรอ ผมสำรวจจิตตัวเองแล้วแปลกใจ เฮ้ย! มันไม่ใช่ความโกรธว่ะ มันเหนือกว่านั้นมาก มันขาว มันใส มันว่างเปล่าจนรู้สึกได้ ผมว่านี่คงเกินขอบเขตของความโกรธที่บัญญัติในพจนานุกรมไปสุดกู่ รู้สึกเหมือน.. เหมือนอะไรดี สมมติให้ความโกรธเป็นเวลาเที่ยงคืน ความรู้สึกนี้คือไก่ขัน หกโมงเช้า เป็นวันใหม่แล้ว เลยเที่ยงคืนมานานโข มันไม่ใช่ความโกรธ กลับรู้สึกแทบๆ จะยินดีเสียด้วยซ้ำ เหมือนเรารอสิ่งนี้มานาน เหมือนเราได้คำตอบของคำถามที่ต้องการ รู้สึกตื่นเต้น ปรีดา ดรามาติกสุดๆ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

                "เฮ้ย ไม่โกรธว่ะ" ผมตอบออกไปอย่างซื่อสัตย์

                "จริงป๊ะ! ฉันกลัวแกโกรธม้ากมากเลยนะเนี่ย" มิสเอ็กซ์กลับมามีน้ำเสียงร่าเริงตามเดิม

                "ว่าแต่ขอเลื่อนเค้า ที่จะต้องไปเอาเอกสารหมอ หรือให้ใครไปรับแทนไม่ได้เหรอ บอกว่าติดธุระอะไรสักอย่างที่สำคัญมากก็ได้ ตั๋วก็จองไปแล้วเนี่ยจะทำยังไง ไหนจะที่พัก.." ผมถาม

                เธอขึ้นเสียง "ไม่ได้! แก จะบ้าเหรอ เป็นหมอต้องมีความรับผิดชอบนะ จะไปขอเลื่อนง่ายๆ ได้ยังไง ดูไม่ค่อยมีเรสปอนสะบิลิตี้เลย นั่นแหละ สรุปว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ เอางี้ จะอธิบายง่ายๆ ให้ฟัง ตอนนี้ แกมีสองทางให้เลือกนะ คือ ยกเลิกทริปนี้ทั้งหมด ไม่งั้นก็ไปกับเพื่อนของฉัน จะเอายังไง"

                ผมวิงวอนด้วยความที่ไร้ทางเลือก ความเหน็ดเหนื่อยพุ่งขึ้นมาจากขั้วหัวใจ "ขอร้องหละ สักอย่างเหอะ อ้างว่ารถชงรถชน เกิดอุบัติเหตุ ไปรับเอกสารไม่ทัน อะไรก็ได้ เดี๋ยวเราไปเป็นพยานให้ก็ได้ นะ นะ นะ เค้าต้องเลื่อนให้สิ อะไรเค้าจะเคร่งครัดขนาดนั้น ได้โปรด.. ไปขอเค้าเลื่อนเหอะนะ ถ้ามายกเลิกหมดตอนนี้เราคงไม่ไหว" พูดจบแล้วอยากจะร้องไห้

                "บอกว่าไม่ได้ไงแก.." เธอหยุดเพื่อกลืนน้ำลายหนึ่งอึก แล้วพูดต่อเร็วๆ ราวกับซักซ้อมมาเป็นอย่างดี

                "เอางี้ จริงๆ ฉันโทรไปขอเลื่อนตั๋วเครื่องบินแล้ว ตกลงว่ากลับเร็วขึ้นสองวัน เวลาเดิม แค่จองโรงแรมใหม่เท่านั้นเอง เห็นมะ นี่ยังได้ไปเที่ยวด้วยกันอยู่ ดีกว่าเมื่อกี๊ตั้งเยอะ แค่ติดขัดนิดหน่อยเอง ตกลงว่าโอนะ จบ! ทุกคนแฮปปี้ เอ๊ะ! มีสายเข้าว่ะ แค่นี้นะ" กริ๊ก...

 

                เฮ้ย!

                ช็อคซีนีม่า.. ตรงหลุมพรางมิสเอ็กซ์เข้าเต็มยวง ด่าไม่ทัน

                เธอเก่งมากว่ะ ผมซูฮก น่าจะเปลี่ยนอาชีพไปขายประกัน ขั้นตอนแรกเธอยิงด้วยประโยคเด็ด ตูมเดียวอยู่ สร้างความกังวลกับลูกค้าอย่างรุนแรง พอลูกค้าวิงวอนร้องขอทางเลือก เธอก็ยื้อ ไม่ยอมอ่อนข้อใดๆ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสิ้นหวังถึงขีดสุด เมื่อลูกค้าพร้อมจะยอมทำทุกอย่างตามที่เธอต้องการ (นึกถึงภาพลูกค้าร้องไห้ซิกซิก คุกเข่า มือเกาะอยู่ที่ขากางเกงของเธอ) เพียงเท่านั้น เธอก็โยนผ้าดำออก พลิกบทบาทมาเป็นแม่พระ ยื่นข้อเสนอให้ลูกค้าทันที ลูกค้านั้นหรือ ก็เปรียบดั่งลอยคออยู่กลางมหาสมุทรสุดเศร้าแล้วนี่ เพียงไม้กระดานหรือเศษฟางก็ต้องยื้อให้มีชีวิตรอดไว้ก่อน

                พอลูกค้ารู้สึกตัวอีกที อ้าว.. สรุปว่าขาดทุน เจ๊งหมดกระดาน มิสเอ็กซ์เอาไปกินหมดแล้ว

 

                สามวันก่อนขึ้นเครื่องที่ควรจะได้พักผ่อนนอนสบาย กลับกลายเป็นสามวันที่ยุ่งที่สุด หลังจากต้องจองโรงแรมใหม่เกือบหมดทั้งแผง เพราะว่าเดิมจองเป็นวันติดๆ กัน ผมได้โทรไปเช็คกับสิงคโปร์แอร์ไลน์อีกที - ว่ามีการเปลี่ยนแปลงวันกลับขึ้นมาสองวันแน่ๆ - ที่ต้องโทรไปเช็ค เพื่อว่าจะได้ไม่มีช่องว่างให้เกิดความผิดพลาดอีก จากนี้จะไม่มีแล้ว ผมฮึดสู้ เป้าหมาย: การเกิดอุบัติเหตุต้องเป็นศูนย์

                ด้วยความโกลาหล หนึ่งวันผ่านไป สองวันผ่านไป สามวันผ่านไป

 

...

 

                ผมก้าวลงจากรถแท็กซี่สีลูกกวาด ปาดสายตาไปยังโครงเหล็กกล้าขนาดใหญ่ลวดลายซับซ้อน แสงไฟสลัวๆ ข้างในเผยให้เห็นถึงผู้คนมากมายในตัวอาคาร บอกให้คนขับแท็กซี่เปิดท้ายรถ ยกกระเป๋าเดินทางสีดำใบย่อมออกมา นาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาสองทุ่ม ผมรำพึงกับตัวเองเบาๆ

                ในที่สุดก็มาถึง.. สุวรรณภูมิ

                ....เพิ่งถึงสุวรรณภูมิเองเหรอ!

 

พบ "นางมารร้ายในเจแปน" ได้ทุกๆ สองวัน  

อ่านแล้วขอคอมเมนต์นิดนึงนะ กำลังใจนะ -3- (เริ่มออดอ้อน) 

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ายยยยยยยยยยย ขอกรี๊ดให้มิสเอ็กซ์ กะว่าจะอ่านให้จบแล้วคอมเม้นต์ แต่ไม่ไหวจริงๆ นี่มันคนแบบไหนเนี่ย!!

#52 By yuuii on 2010-05-30 01:38

โห กลยุทธแม่นาง สุดยอดมาก ๆ ค่ะ

ขงเบ้งยังชิดซ้าย

ซูฮกด้วยคน

#51 By geminigem on 2009-12-01 23:59

อ่านรวดเดียวมาถึงตอนนี้เลยค่ะ อ่านแล้วเริ่มเหนื่อยแทน
(มิสเอ็กซ์เก่งเนอะ ="=)
ตอนแรกกะว่าจะอ่านให้จบทันตอนล่าสุด แล้วค่อยคอมเม้นท์ทีเดียว
แต่ว่า จขบ. ขอกำลงใจ อ่ะ เอาไปเลยค่ะกำลังใจ สู้ๆ สู้ๆ

#50 By Aijou~ on 2009-09-11 09:54

อาร์ทททททททท....มาก