ฝัน บ้า คาราโอเกะ

posted on 01 Sep 2009 23:05 by champcpe in chapter

หมายเหตุ : นางมารร้ายในเจแปน เป็นเรื่องยาว หากท่านเพิ่งหลงเข้ามา กรุณากดที่ Chapters  เพื่อให้สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันอย่างมีอรรถรสครับ

.....

 


 

ฝัน บ้า คาราโอเกะ

 

                ยะเยียบผิวจนต้องนิ่วหน้า!

                "สวัสดีขรับ โอฮาโยโกไซ้อิหมัส  ขณะนี้เครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินประจำภูมิภาคคันไซโดยสวัสดิภาพ อากาศภายนอกเครื่อง เก้าอ๊งศาเซ้ลเซียส จงคลุมกายด้วยเสื้อกันหนาวหนาๆ และผ้าห่มผืนโต แล้วเชิญเสด็จออกจากเครื่องโดยพร้อมเพียงกัน ณ บัดนี้ ไฮ่"

                แม้กัปปิแตนจะตักเตือนพวกเราด้วยความหวังดีก่อนออกจากเครื่องแล้วก็ตาม แต่นี่มันก็นาว หน่าว หน้าว หน๊าว หนาว อะไรเช่นนี้ หนาวแบบทีวีแชมเปี้ยนจริงๆ หนาวจนหน้าชา ต่อมเหงื่อพากันบีบรัดขนแต่ละเส้น แต่ละเส้น จนตั้งตรงแหน่วตั้งฉากกับผิวกาย เสื้อกันหนาวที่ใส่อยู่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เราพากันเดินกอดอก สะพายเป้ ตัวสั่นงั่กๆ ออกมาจากประตูเครื่อง

                สองข้างทางคือเหล่าพนักงานภาคสนามที่โค้งคำนับ แผ่นหลังทำมุมฉากกับพื้น พูดซ้ำๆ ว่า "อะริงาโต้ โกไซ้อิหมัส @$#)" ประโยคหลังฟังไม่ออก แต่คิดว่าน่าจะเป็นประโยคเดียวกับพนักงานเซเว่น คือ "รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มมั้ยคะ" ..ไม่ใช่ละ.. เพิ่งลงจากเครื่องจะเอาขนมจีบซาลาเปามาทำนินจาอะไรล่ะ .. ต้องเป็น "โอกาสหน้าขอให้ได้มีโอกาสรับใช้ท่านอีกนะคะ" ต่างหากเล่า

 

                พูดถึงเรื่องการโค้งคำนับ (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เร หรือ โอจิกิ) เคยอ่านเจอมาว่าเขาจะโค้งให้คนในวาระต่างๆ กัน ด้วยองศาที่ไม่เท่ากัน ค้างไว้นานไม่เท่ากัน และจำนวนครั้งไม่เท่ากัน หากสนิทหน่อยก็จะโค้งสั้นๆ มุมน้อยๆ ประมาณ 15 องศา แต่หากโค้งให้ผู้ที่สูงศักดิ์กว่าก็จะโค้งนานๆ และเพิ่มองศามากขึ้นตามความอาวุโส อ่านแล้วก็ชวนให้อึ้งในความคิดมากของชาวอาทิตย์อุทัยเสียเหลือเกิน ไพล่คิดไปถึงป้าแดง ร้านขายของชำแถวบ้าน ถ้าวันไหนแกอารมณ์ดีก็จะพูดจาภาษาดอกไม้ ยิ้มแย้มมาเชียว แต่ถ้าวันไหนทะเลาะกับฮัสสะแบ้นด์มาละก็ ลูกค้าคือคนที่ซวยที่สุด ต้องเตรียมตัวรองรับอารมณ์คลั่งของแกให้จงหนัก ไปซื้อของทีหนึ่งน่ากลัวกว่าไปรบที่เขมรเสียอีก อย่างนี้น่าจะจับส่งไปฝึกที่ญี่ปุ่นเสียให้เข็ดหลาบ (ป้าแดงร้องเฮ.. ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรี)

                เราพาตัวเองเข้าไปต่อแถวในด่านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับชาวต่างชาติหลังจากลงรถไฟที่เชื่อมระหว่างแต่ละเทอร์มินัล วันนี้แถวไม่ใคร่ยาว น่าจะเสร็จการได้โดยไว มองดูนาฬิกาก็เพิ่งจะตีห้าครึ่งเท่านั้นเอง แผนการสำหรับวันแรกหลังจากออกจากสนามบิน คือหอบสัมภาระขึ้นรถไฟ ไปฝากโรงแรมในโอซาก้า เมื่อตัวเบาเราสบายแล้ว ถึงต่อรถไฟไปตะลุยเกียวโตเพื่อชมวัดแบบมาราธอน

                ระหว่างต่อคิว มิสเอ็กซ์ก็คว้าตลับแป้งขึ้นมาผัดหน้ารักษาลุค คุณป้าที่พบบนเครื่องพยายามชวนผมคุย (กลับมารู้จักกันแล้วเหรอจ๊ะป้า บนเครื่องบินยังทำท่าไม่รู้จักกันอยู่เลย หึ!) แต่ผมไม่สามารถมีรีแอคชั่นตอบสนองใดๆ กับเธอได้มาก สาเหตุเป็นเพราะสลึมสลือ ร่างกายห่างหายจากการนอนมายี่สิบชั่วโมงรวด (เหตุเพราะอะไรก็รู้กันอยู่แล้ว) พาลให้กังวลฤทัยเป็นการมาก ว่าจะเที่ยวกันยังไง ง่วงซะขนาดนี้

                คิวเลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้น และใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เจ้าหน้าที่ (นามสมมติ: เรโกะ) ก็เรียกผมเข้าไปยังบูธตรวจคนเข้าเมืองของเธอ อาการง่วงของผมในตอนนั้นเข้าขั้นแม็กซ์ น้ำตาลเต็มร้อย รสชาติศูนย์เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างเริ่มแสดงตนดังถูกใช้ฟิลเตอร์เกาส์เซียนเบลอในโฟโต้ชอป อนาโตมีของเรโกะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรูปวาดของพิกัสโซ่ วิสัยทัศน์รอบกายเป็นขอบฟุ้งเหมือนอยู่ในห้องอาบน้ำร้อน เบลอ เบลอ เบลอ

...

                แล้วทำไมบูธกลายเป็นสีชมพูสลับเหลืองรูปคิตตี้ละนั่น? ยูนิฟอร์มของเรโกะพร่างพราวไปด้วยรูปดาวจากแสงสปอตไลท์ ลูกบอลกระจกด้านบนหมุนทำมุมรับกับจังหวะ เรโกะยิ้มคิกขุ เธอหยอดเหรียญร้อยเยนเข้าไปในเครื่องคาราโอเกะที่ซ่อนอยู่ภายในด่านตรวจคนเข้าเมือง จอภาพขอบชมพูทันสมัยเผยตัวชวู้บชว้าบออกมาพร้อมจิงเกิ้ล (แต่น-แต๊น-คา-รา-โอ-กี๊-แมช-ชี้นนน..) เธอกดเลือกเพลงเบอร์ 0189 ที่แป้นตัวเลข ยื่นไมค์อันหนึ่งให้ผม หัวเราะน้อยๆ เพลงนกเขาคูขึ้นท่อนอินโทร เรโกะฮัมเสียงโซปราโน (ฮู้วว)

                (โปรดอ่านด้านล่างเป็นทำนองเพลงฉ่อย)

                เรโกะ: จะมาพักกี่วันหรือขวัญตา

                ผม: พี่จะมานอนหลับนับเก้าวัน

                เรโกะ: มีที่นอนเอนกายหรือยังนั่น

                ผม: ที่พักนั้นชื่อนิวชูโอ

                (ดนตรี เครื่องเป่านานาชนิดร้องบรรเลง นักร้องคอรัสร้องเป็นซาวนด์แทร็ก: นิวชูโอ นิวชูโอ เรโกะวาดลวดลายหมุนตัวก่อนร้องต่อ)

                เรโกะ: มาญี่ปุ่นด้วยจุดประสงค์ใด (คอรัส: มาญี่ปุ่นด้วยจุดประสงค์ใด) จะจีบน้องหรือใยอย่ามาทำโอ่

                ผม: พี่มาด้วยความตั้งใจ (พี่มาด้วยความตั้งใจ) ว่าจะไปทัวร์เกียวโต

                เรโกะ:     เกียวโต เกียวโต เกียวโต โอ้โห เป็นเมืองสวยศรี,

                                ขอถามตามวิสัย (ขอถามตามวิสัย) นำเงินมาเท่าไรหรือพี่คนดี

                ผม: นำเงินมาไม่มากไม่มาย (นำเงินมาไม่มากไม่มาย) พอให้จับจ่ายน่ะยอดยาหยี

                เรโกะ: น้องนับแล้วได้แสนเยน แสดงให้เห็นว่าพี่พอมี

                ผม: อย่างนั้นก็อย่าชักช้า (อย่างนั้นก็อย่าชักช้า) ปล่อยพี่ออกมา...สักที

                (เพลงจบ ขึ้นสกอร์เป็นตัวเลข ..แปดสิบคะแนน ผู้ชมปรบมือกึกก้องห้องตม. ผมและเรโกะจับมือโค้งคำนับสี่สิบห้าองศา)

 

...

                "ไปกันยัง!"

                เสียงมิสเอ็กซ์ดันทำผมตื่นจากความฝันอันสวยงามเสียนี่! ผมสบัดหัว หันไปบอกลาเรโกะด้วยน้ำตากลิ่นชาเขียว (สำนวนนะ สำนวน) แต่เธอดันหันไปร้องคาราโอเกะกับแขกผู้มาเยือนท่านต่อไปซะแล้ว ไม่มีความใยดีให้ผมสักนิด!

 

                ผมกับมิสเอ็กซ์พากันเดินออกมาที่สถานีรถไฟนันไกภายนอกเทอร์มินัล ฟ้าเริ่มสว่าง บรรยากาศรอบตัวเป็นโทนสีน้ำเงินหม่น ต้นไม้ไร้ใบสองข้างทางชูกิ่งขึ้นทักทายเซย์ไฮกับเรา ถ้าควักกล้องขึ้นมาถ่ายตอนนี้จะได้บรรยากาศแบบต่างประเท๊ศ-ต่างประเทศ (ภาษามิสเอ็กซ์: "โซอินเตอร์") ลมพัดมาแผ่วๆ แต่สะท้านผิวกายมากกว่าที่จะเรียกเพียงว่าแผ่ว ผมขยับเสื้อ กระชับฮู้ดให้แน่นหนา เราหายใจ ฟู่ ฟู่ เป็นควันขาวราวคู่รักเกาหลี ในขณะที่จริงๆ เป็นแค่เพียงคู่ซี้เกาเหลา

                สถานีรถไฟนี้เป็นฮับเชื่อมระหว่างเมืองกับสนามบิน มีสายรถไฟของสองบริษัทให้เราได้เลือกใช้ เจอาร์หนึ่ง นันไกอีกหนึ่ง ทั้งสองตั้งอยู่เคียงกัน แผนที่เราวางไว้คือเราจะเก็บตั๋วเจอาร์พาสบุฟเฟ่ต์เจ็ดวันที่ซื้อมาจากไทยไว้ก่อน ไว้ค่อยใช้ช่วงกลางๆ ทริป ซึ่งจะคุ้มกว่า เพราะช่วงนั้นจะต้องนั่งรถไฟไปมาระหว่างเมืองที่อยู่ไกลกัน ดังนั้นตอนนี้เราเลยต้องเลือกว่าจะใช้รถไฟของนันไกหรือเจอาร์เพื่อเข้าเมืองดี

                นันไกฝ่ายน้ำเงินชื่อฟังดูเป็นญี่ปุ่นจ๋า เธอสวมกิโมโนเต็มยศเชื้อเชิญ "อิราไชมาเซ" ชวนให้เผลอใจ ส่วนฝ่ายแดงชื่อเป็นฝรั่งมังค่า หน้าตาทันสมัย มาในชุดสูทโอแอล (ออฟฟิศเลดี้) ดูเฉิดฉาย ศักดิ์ศรีของทั้งของฝ่ายทัดเทียมกัน ไม่มีใครน้อยหน้าใคร จะเลือกอย่างไรล่ะนี่

                จากการศึกษา ผมพบว่าตั๋วรถไฟนันไกจะถูกกว่าเล็กน้อย เมื่อรวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่า เดี๋ยวเราจะได้นั่งรถเจอาร์จนหนำใจจากตั๋วบุฟเฟ่ต์แน่ๆ เราจึงตัดสินใจเลือกขึ้นนันไกฝ่ายน้ำเงินก่อน

                 เบื้องหน้าคือบิลบอร์ดผังรถไฟที่ติดอยู่บนตัวอาคาร เส้นสายหลากสีสัน - มากกว่าจำนวนของสีรุ้ง - ลัดเลาะซอกซอนกันและกันเกิดเป็นรูปโครงข่ายขนาดมหึมา แต่ละเส้นถูกตัดด้วยจุดสีขาวแสดงตำแหน่งสถานี แต่ละจุดมีตัวหนังสือบอกชื่อสถานที่ จำนวนเงินที่ใช้ในการไปถึง สายรถไฟที่ผ่าน และข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่สามารถถอดความได้ เราทั้งคู่ยืนงงจังงังราวกับถูกสะกดจิต มิสเอ็กซ์หันมาถามผม เสียงสั่นเครือขาดเป็นห้วงด้วยความหนาว

                "แก เราต้องไปลงที่สถานีอะไรวะ"

...

                ช่วงนี้ขอให้ท่านผู้มีเกียรติแฟลชแบ็คไปยังช่วงวางแผนเตรียมตัวที่ไทย ความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของสายรถไฟในญี่ปุ่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมกังวลและบ่นถึงเสมอๆ มิสเอ็กซ์ได้ยินคำบ่นของผมคราวใดเป็นต้องพูดว่า "จิ๊บจิ๊บนะแก แค่สายรถไฟ ดู ฉันเรียนหมอ ให้จำเส้นเลือดทั้งตัวยังจำได้มาแล้ว อัมบิลิคอล เวน ดั๊กทัส เวโนซัส โฟราเมน โอเวลี่ เป็นไง แกรู้จักอ๊ะเปล่า โธ่ แค่นี้โซอีซี่หวะ จะวอรี่ทำไม ไว้ค่อยใกล้ๆ มาท่องก็ยังทัน โฮะ โฮะ กรุ๊บ กรุ๊บ"

                ซาวนด์เอฟเฟกต์หลังประโยค เกิดจากการที่ฟันของมิสเอ็กซ์กระทบกับมันฝรั่งเลย์รสชีสและหัวหอม ขณะที่เธอนอนดูวีซีดีการ์ตูนเรื่องเดิม (โตโรโระ นั่นเอง) เป็นรอบที่สิบบวกบวก

                "แก เราต้องไปลงที่สถานีอะไรวะ"

                หึ จิ๊บๆ นะ จิ๊บๆ, เรียนหมอนะเรียนหมอ, โซอีซี่นะครับคุณท่าน!

 

                ผมควักแผนการจากเป้ออกมาทัศน์ พิจารณาจากสภาวการณ์แล้วคงต้องเอาสัมภาระไปฝากโรงแรมที่จองไว้ก่อน (เป็นบิสิเนสโฮเทลเล็กๆ ราคาถูก ชื่อว่า โรงแรมนิวชูโอ ดังที่ร้องโต้ตอบกับเรโกะ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไปเมื่อสักครู่นี้ หากท่านผู้อ่านจะจำได้)

                "สถานีชิน-อิมามิยะว่ะ เดี๋ยวดูก่อนว่าไปยังไง" ผมบอก สายตาก็สอดส่องไล่ตามเส้นสีแดงสีเขียว สมองความเร็วสองกิ๊กกะเฮิร์ตซ์ทำงานหนักเพื่อค้นหาคำตอบ ด้วยความง่วงที่เข้ามาล้อเล่นกับสัมปชัญญะ เส้นสปาเก็ตตี้สีแสบตาด้านหน้าเริ่มพันกันยั้วเยี้ย ยิ้มเยาะหยั่งเชิงผมขึ้นทุกขณะ

 

* หากไม่เป็นการนำมะพร้าวห้าวมาขายสวน สอนหนังสือให้สังฆราช หรือสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำเกินไปนัก ข้าพเจ้าขอเพิ่มเกร็ดไว้เป็นความรู้ประดูดับสักเล็กน้อย : คาราโอเกะ เป็นคำที่ประกอบด้วยสองส่วน คือ คาระ แปลว่า ว่าง ส่วน โอเกะ นั้นมาจากคำว่า ออเครสตร้า ตามประสาชาวญี่ปุ่นที่ชอบย่อคำยาวๆ ให้สั้นๆ ตามฉันทาของตนเอง (เช่น พาโซคอน = personal computer หรือ kombini = คอนวีเนียนท์ สโตร์ เป็นต้น) คาราโอเกะมีประวัติความเป็นมายาวนานเกือบ 40 ปีแล้ว

ในภาษาญี่ปุ่นมีคำเรียก "เพลงเด็ด" ของตัวเอง แบบไปที่ไหนก็ร้องแต่เพลงนี้แหละ (หรือเพลงโชว์เหนือ โชว์ของ โชว์พลังเสียงก็ว่า) ว่า Jūhachiban หรือ ohako ตัวอย่างเพลงไทยที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นจูฮะจิบัง หรือโอฮาโกะยอดฮิต ก็เช่น เล่นของสูง ตะวันยังมีให้เห็น เรื่องบนเตียง เป็นต้น ในกรณีของเรโกะ พนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามเรื่องนั้น เพลงโปรดของเธอคือ ต่างด้าวเมารัก (เพลงลูกกรุง)

ส่วนการร้องคาราโอเกะคนเดียวเปลี่ยวเหงาเฝ้าผีนั้นก็มีศัพท์บัญญัติไว้เช่นกันว่า hitokara (hito=คน(เดียว), kara=karaoke บอกแล้วว่าคนญี่ปุ่นชอบย่อ!) ผู้เขียนก็จัดเป็นพวกบ้าคาราโอเกะคนหนึ่ง แต่ยังมิกล้ากระทำการดังว่า.

 

พบ "นางมารร้ายในเจแปน" ได้ทุกๆ สองวัน 
อ่านแล้วชอบไม่ชอบอย่างไร คอมเมนต์ไว้ได้ครับผม :-)

Comment

Comment:

Tweet

บันเทิงดีจัง

#38 By ลมูล on 2012-04-10 00:23

ดูหัวทู้เเล้วก็นึกไปถึงว่า เคยเป็นคนนึงที่บ้าการร้องคาราโอเกะกับเพื่อน เสียเงินทีเยอะมาก ร้องเป็นชั่วโมง มาตอนนี้กลับรู้สึกอายถ้าจะเข้าไปร้องเพลง สงสัยจะเเก่เกินวัยเเล้ว

#37 By AF7FAnClub on 2012-03-05 15:16

เพิ่งมารู้สึกว่ามิสเอ็กซ์เป็นหมอเมื่อเห็นศัพท์แพทย์...

คิด ๆ ไปแล้ว...ช่างเป็นหมอที่น่ากลัวสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย

#36 By geminigem on 2009-12-02 00:18

ออกมาเป็นเพลงเลยแฮะ
ขนาดสะลึมสะลือที่ ตม. ยังอุตส่าห์ออกมาเปนทำนองเพลงฉ่อยได้ 5555

อิอิ การเดินทางดูมีรสชาติดีจังค่ะ big smile

#34 By -ChaChaCha- on 2009-09-07 16:06

big smile สนุก

#33 By WorSilly on 2009-09-05 13:24

เหมือนติดละครหลังข่าวซ้าแร้วว ไกล้ละหนาวด้วยย อยากลุ้นตอนไคลแม็กซ์ว่าจะได้นอนห้องเดียวกันกับนางมารร้ายรึเปล่า หวังว่าคงม่ายมีเซ็นเซ่อร์น๊าาา เปนรัยที่พลาดมะด้ายอย่างยิ่ง...

#32 By on 2009-09-03 13:43

เอ๊ะทำไมต้องร้องเพลงฉ่อย

เพลงฉ่อยต้องมีเสียงฉิ่งป่ะครับbig smile
หรือกรับ
เขียนสนุกทุกตอนเลยbig smile
ถึง คุณแชมป์

รู้สึกว่าตอนนี้ มิสเอ็กซ์ ไม่ค่อยจะรั่วเสียเท่าไหร่นะครับ ^__^

#29 By Old Mustang on 2009-09-03 12:57

ว้าวๆๆ ถึงญี่ปุ่นแล้ว ท่าทางจะหนาวมากเลยนะนั่นopen-mounthed smile

#28 By ipui (58.137.113.93) on 2009-09-03 12:08

ขำเพลงฉ่อยมากมึ๊งงงงงงงง

#27 By บองเต่า on 2009-09-03 07:48

ไม่ด่าไปซักทีสองทีอะคะ คุณมาสเตอร์ขาsad smile

#26 By Variety-Phet on 2009-09-03 01:34

เพลงฉ่อยมันมีทำนองยังไงอ่ะค่ะ ? ^^"
ว่าแต่ พี่แชมป์จะไหวมั้ยค่ะเนี่ย นอนไม่พอ
แล้วอาจจะต้องไปเผชิญความ "จิ๊บๆ" ของมิสเอ็กซ์อีก
= =

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ด้วยค่ะ
อ่านมาหลายตอน.. เริ่มอยากไปญี่ปุ่นมากๆๆๆแล้วค่ะ ><"

#25 By littlegiftz on 2009-09-02 23:30

ตอนอ่านเพลงฉ่อยไปด้วย นึกภาพพี่แชมป์กับคุณเรโกะร้องคาราโอเกะออกเลยค่ะconfused smile


ถึงยี่ปุ่นซะทีๆๆๆcry

ปล.รอตอนต่อปายยยยยยยยsurprised smile

#24 By canta+! on 2009-09-02 22:53

จิ๊บๆ 5555+

#23 By PEACE on 2009-09-02 22:34

หุหุ
โซฟันมากค่ะ มาสเตอร์แชมป์open-mounthed smile

สุดท้ายจะไปกันยังไงน้อ~

#22 By namnampai on 2009-09-02 21:44

อะโห จิ๊บ ๆ โซอีซี่ !

ไหงมาถามงี้ล่ะ
แม่นางมิสเอ๊กซ์

#21 By バカ 【シッキ 】™ on 2009-09-02 21:27

ย่างเท้าถึงเจแปน
แต่ฟังบทสนทนานึกว่าย้อนกลับสู่กรุงศรีอยุธยาซะอีกค่ะ

ฮา แซวเล่นเน่อ
ถึงญี่ปุ่นแล้ววววววว

#20 By film. on 2009-09-02 21:08

ทำไมต้องเรโกะวาsad smile

#19 By Ruchesmowse on 2009-09-02 18:40

ถึงญี่ปุ่นแล้ว
พูดถึงการซื้อตั๋วรถไฟ
ทำยังไงก็ ยาก อยู่ดี เฮ้อsad smile

#18 By aeja on 2009-09-02 16:04

คู่ซี๊เกาเหลา

#17 By (^_^)/nana on 2009-09-02 14:05

มาถึงญี่ปุ่นซะที ฮิ้ววว...

#16 By Bxjapan on 2009-09-02 13:42

@PoY: ที่ถูกต้องเป็นตั้งฉากกับผิวกายตามที่ท้วงมาครับผม ได้แก้ไขแล้วครับ ขอบคุณครับsurprised smile surprised smile
อ่า..แล้วมิสเอ็กซ์ร้องเพลงอะไร
ชิวๆโซอีซี่ แก่แก๊ ชีสหัวหอมอร่อยดี..open-mounthed smile

#14 By on 2009-09-02 12:27

แต่รถไฟมันงง จริงๆนะ ไม่มีทางท่องได้ใน 2-3วันแน่นอน ชื่อก็คล้ายๆกันsad smile

#13 By หมูทอดซามะ on 2009-09-02 10:15

ติดตามอย่างเพลิดเพลินค่ะ ,


ปล.

coffee postcard ตอนนี้ประมาณ 30+ แบบแล้วค่ะ confused smile

#12 By caffeineaddict on 2009-09-02 09:29

เวลาขนลุก เส้นขนน่าจะตั้งฉากกับผิวกาย มั้ยอะ
เอ่อ ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าหนาวมาก
----------------------------------------------------
เรียนหมอ นะ เรียนหมอ เส้นเลือดท่องได้ทั้งตัว
แต่ไอ้ที่ท่องมา เค้าเลิกใช้ตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะconfused smile

#11 By PoY on 2009-09-02 09:26

ฮาตรง ตม. มั่กๆ รออ่านต่อนะจ๊ะ

#10 By Öam on 2009-09-02 06:27

นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังได้ความรู้ภาษาญี่ปุ่นเพิ่มอีก confused smile
ฉากคาระโอเกะเพลงฉ่อยนี่แบบ
ภาพจะวิ้งๆ เบลอๆ แน่ๆ

confused smile confused smile confused smile

#8 By h|b|b on 2009-09-02 03:11

มาอ่านทีเดียวสี่ตอน สะใจว่ะbig smile
ฮัมเพลงตามเลยค่ะ 55555
เรโกะคงจะน่ารักน่าดู ตื่นเลย question

#6 By timo on 2009-09-02 02:10

ถึงยุ่นปี่ซักทีครับ sad smile

#5 By clock on 2009-09-02 01:27

เคยไปผจญอิสายรถไฟนรกที่ญี่ปุ่นด้วยตัวเองมาเหมือนกันค่ะ ... งงตับหลุดเลย ไปกับเพื่อนอีก 2 คน
ยังดีที่แถวนั้นมันมีตารางรถไฟเป็นโรมันจิให้ ไม่งั้นตายยยยยยย...

ว่าแต่ ... คนเรียนหมอ ... จิ๊บๆ ... - -+

#4 By dreamy on 2009-09-02 00:27

เพลงฉ่อยได้อารมณ์มากครับ--ไปแต่ง rap ได้

(วันนี้ผมเจอคนร้อง Hitokara ที่ IT Square หลายคนเลยฮะ)Hot! big smile

#3 By tongg on 2009-09-02 00:14

เรโกะต้องสวยมากๆแน่ๆ confused smile

#2 By ตุ้ย since 2006 on 2009-09-01 23:48

หุหุ บันเทิงยิ่งนัก

#1 By pradt (124.120.140.105) on 2009-09-01 23:47