หมายเหตุ : นางมารร้ายในเจแปน เป็นเรื่องยาว หากท่านเพิ่งหลงเข้ามา กรุณากดที่ Chapters  เพื่อให้สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันอย่างมีอรรถรสครับ

 

 

 

 

สมองบน สมองล่าง สมองกลางที่ถูกสปอยล์

                เราพาสองเท้าย่ำย้อนขึ้นไปบนตึกสถานีรถไฟเจอาร์เกียวโตอีกคราว เนื่องจากสอบถามคนแถวนั้นแล้วได้ความว่า ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติมันอยู่ข้างบนนู่นน่ะหนู ชั้น-เก้า-เอฟ ขึ้นลิฟท์ไปนะ รู้จักมั้ยลิฟท์ เอ-เร-เบ-ตะ (elevator) คึ่กๆ คึ่กๆ (คนอธิบายพยายามแสดงละครใบ้) คึ่กๆ ปิ๊งป่อง (เธอทำท่าเดินออกมาจากลิฟท์) ที่หนูเห็นข้างล่างนี่เป็นศูนย์ข้อมูลเฉพาะชาวญี่ปุ่นเท่านั้น พูดภาษาอังกฤษบ่ได้

                เอ้า ตามไงตามกัน

                ศูนย์ข้อมูลดังกล่าวตั้งอยู่ตรงข้ามไอ้คึ่กๆ คึ่กๆ ปิ๊งป่อง หรือลิฟท์นี่เอง เมื่อเราออกมาก็เห็นได้ทันที

                เราผลักบานประตูกระจกเข้าไป ดูรอบๆ แล้ว นักท่องเที่ยวที่ต้องการความช่วยเหลือคงไม่มากนัก เจ้าหน้าที่ของศูนย์ สอบถามว่าเราเป็นใคร มาจากประเทศอะไร พอเธอรู้ว่ามาจากประเทศสยาม เธอก็ "สวัสดีค่ะ" ให้เป็นที่ใจชื้นกันพอประมาณ ผมนึกสงสัยว่าเธอต้องรู้คำว่าสวัสดีของกี่ประเทศกัน เป็นหนึ่งในคุณสมบัติหรือเปล่า, น่าจะเป็นนะ, เพราะว่าเวลาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอย่างนี้ แค่ได้ยินประโยคภาษาตัวเองในรถไฟหรือในเกสต์เฮาส์ ผมก็เกิดความตื้นตัน จนต้องหันไปดูหน้าเจ้าของประโยคเหล่านั้นทุกคราวไป ไม่ได้หวังจะรู้จักอะไรหรอกครับ แค่ขอให้ใจชื้น เป็นห่วงยางยูชีพ ดูแลกันห่างๆ ก็พอ

                นอกจากเธอจะสวัสดีค่ะภาษาไทยได้แล้ว เรายังพบว่าศูนย์ข้อมูลแห่งนี้มีแผนที่รถบัสเมืองเกียวโตฉบับภาษาไทยด้วย (พิมพ์ด้วยฟอนต์ทาโฮม่า มีสระตกตรงนู้นตรงนี้บ้าง แต่ไม่ถือสาตราบที่มันเป็นภาษาไทย) ซึ่งเจ้าแผนที่ฉบับบ้านเกิดเมืองนอนนี่สร้างความปรีดาให้กับผมและมิสเอ็กซ์อย่างหาที่สุดมิได้

                ถ้าเปรียบเป็นคะแนนของนักกระโดดน้ำ, คำว่าสวัสดีค่ะ ได้แต้มไป 7.5 ส่วนแผนที่ภาษาไทย ได้แต้มไป 8.9 ชนะขาดลอย

 

                เมื่อลงมาก็พบกับอากาศวิปริต แดดจ้าแต่ข้าหนาวอีกระลอก มิสเอ็กซ์เปิดเป้มิกกี้เมาส์ (มันยังอยู่ครับ เป้มิกกี้เมาส์นั่น) นำถุงมือถักสีโอรสริ้วขาวถี่ๆ ออกมาสวม นี่ถ้าไทรา แบงค์ อยู่ตรงนี้คงสวดใส่และไล่เธอออกจากรายการอเมริกันเน็กซ์ท็อปโมเดลกลางอากาศ ข้อหาแต่งตัวไม่สัมพันธ์กันทั่วร่างกาย

                ".. ทำไม.. ทำไมแก.. มิกซ์แอนด์แมตช์จะตาย ชิ" มิสเอ็กซ์สะบัดหน้า แล้วพูดต่อ "เออ เปลี่ยนเรื่องๆ นี่แกว่าเราหนาวกันเองหรือเปล่า นี่มันอากาศหนาวจริงๆ ใช่มั้ย" เธอถาม ท่าทางไม่แน่ใจในเทอร์โมมิเตอร์ภายใน

                "หมายถึงว่า หนาวแบบสัมบูรณ์หรือหนาวแบบสัมพัทธ์น่ะเหรอ เราว่า.. น่าจะหนาวแบบสัมบูรณ์นะ ดูฝรั่งพวกนู้นดิ เค้าก็เดินกอดตัวเองเหมือนกัน หรือดูคนญี่ปุ่นเองก็แต่งตัวซะมิดชิดปิดล้อม เป็นมาสคอตยางมิชลินกันทั้งนั้น เสื้อจั๊มป์ๆ หลายๆ ต่อนเป็นแหนมป้าย่น เออ... สรุปว่ามันอากาศหนาวจริงๆ ไม่ได้คิดไปเอง ไม่ได้อิลลูชั่นไปเอง" ผมบอก

                "โอเค ฉันก็นึกว่าเราเป็นชนชาติที่หนาวง่ายผิดปกติ"

                "นั่นก็คงมีส่วนอยู่บ้าง แต่ตรงนี้ ณ ตอนนี้ มันหนาวจริงๆ"

 

                สัญญาณจากกระเพาะของเราเปิดระบบสั่นดังก้องร้องประท้วงไม่ให้สองเท้าไปต่อ สมองสั่งการเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมฟัง, เคยได้ยินบางคนบอกว่า สมองของคนเรามีสองที่ คือสมองบน กับสมองล่าง, สมองบนก็คือสมองปกตินี่แหละ ก้อนไขมันสีเขียวเทาที่มนุษย์ต่างดาวชอบเอาไปเจี๊ยะ, ส่วนสมองล่างอาศัยอยู่ในอวัยวะที่คุณก็รู้ว่าคืออะไร อยู่ตรงกลางๆ ลำตัวค่อนไปทางล่างๆ นั่นแหละ, มันมีหน้าที่คิดเรื่องเพศ เซ็กส์ เพศ เซ็กส์ เพศ เซ็กส์ เพียงอย่างเดียว อาชญากรข่มขืนบางคนเลยได้ที โทษสมองล่างนี่แหละว่ามีอำนาจบาตรใหญ่มากเกินไป ทำให้สมองบนของเขาคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ตามจอยสติ๊กไปต้อยๆ เท่านั้น

                ผมว่านอกจากสมองบนที่ทำหน้าที่ 'คิด' สมองล่างที่ทำหน้าที่ ‘ผลิต' แล้ว คนเรายังมีสมองกลางด้วย, อยู่ในช่องท้องของเรานี่เอง, มันทำหน้าที่ ‘อีท' (eat) (อ่านเสียงสั้นๆ เป็น อิ๊ด หน่อยนะ จะได้เข้ากับหน้าที่ของสมองส่วนอื่น)

                ถ้าท้องอิ่มหมีพีมันดีอยู่ สมองกลางก็จะไม่ออกมาปฏิบัติการหรอกครับ แต่ถ้าท้องหิวกิ่วคอดแล้วละก็ อำนาจการควบคุมทั้งหมดของร่างกายจะตกเป็นของผู้สำเร็จราชการตัวนี้ทันที เราจะเลิกคิดทุกสิ่งอย่าง ทั้งงานการ ทั้งเซ็กส์ ทุกสิ่งทิ้งเอาไว้ก่อน ขอแค่หาอะไรมาเติมท้อง พอเติมเต็มอิ่มฟูฮูล่าค่อยคิดเรื่องอื่นต่อ

                ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากสมองบน สมองล่าง สมองกลาง แล้ว เราอาจจะมีสมองส่วนที่สี่ เป็นส่วนอัพเปอร์มิดเดิล (กลางส่วนบน) ซ่อนอยู่อีกด้วย อยู่ตรงไหนน่ะเหรอครับ?

                อะแฮ่ม.. (ทำเสียงนุ่ม) อยู่ตรงหัวใจ เอาไว้ทำหน้าที่ ‘ใกล้ชิด'...

                รู้ตัวว่าแถน่า! อย่าเพิ่งอ้วก! รีเวิร์สมันกลับเข้าไปก่อน!

 

                สรุปของย่อหน้าข้างบนทั้งหมดคือเราหิว, หิวก็ต้องหาอะไรมารองท้องก่อนจะไปต่อ, กองทัพนับพันโรมรันด้วยกระเพาะและลำไส้, ถ้าหิวแล้วเดี๋ยวมองวิวไม่สวย, เดี๋ยวจะมองวัดไม่งาม, เดี๋ยวจะมองมิสเอ็กซ์ไม่น่ารัก,           

                อ้อ, นั่น, ถึงหิวหรืออิ่ม ก็มองได้ไม่ต่างกันอยู่แล้ว

                โชคเข้าข้างที่ข้างใต้อุ้งเท้าทั้งสี่ข้างของพวกเรา (คนละสองข้าง) เป็นที่ตั้งของชอปปิ้งมอลล์ใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเกียวโตพอดิบพอดี ศูนย์การค้าแห่งนี้มีชื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Porta จริงๆ อาจจะอ่านว่า พอร์เท่ พอร์ท่า หรือว่า พอ-ทะ-คิก-ขุ-มั้ย-คะ-ฮิ-ฮิ-อา-โน-เนะ-จัง-เลย-ค่ะ ก็สุดที่จะทราบได้ แต่ผมขอเรียกว่าพอร์ตเอละกันนะครับ สะดวกปากสะดวกลิ้นดี เรารีบไต่บันไดเป็นลิงไต่ราวลงใต้ดินตามการชักนำของท่านผู้นำส่วนกลางที่ร้องโครก โครก

                "ทุกสิ่งเป็นจริงที่พอร์ตเอค่ะ ท่านผู้ชม ภายในศูนย์การค้าอันโอ่อ่าอลังการแห่งนี้ ทุกท่านจะได้พบกับร้านอาหาร ร้านขายของกระจุกกระจิก ร้านเสริมสวย ร้านของที่ระลึก ร้านนู่นร้านนี่รวมกันแล้วมากกว่าสองร้อยร้านเลยนะคะ อู๊ย.. แค่ร้านอาหารอย่างเดียว จะกินอะไรล่ะคะทุกท่าน อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง มีทุกแบบทุกราคาให้เลือกค่ะ นี่มันสวรรค์ของนักชอปปิ้งในเกียวโตจริงๆ นะคะเนี่ย .. พอร์ตเอค่ะ พอร์ตเอ พี-โอ-อาร์-ที-เอ พอร์ตเอ! ตุ่ง ตุง ตุ้ง" ประชาสัมพันธ์ที่กำลังส่งเสียงตามสาน่าจะพูดอะไรเทือกๆ นี้หละ ผมเดา

                แต่ตอนนี้เพิ่งเป็นเวลาสิบโมงครึ่ง นักท่องเที่ยวผู้หิวโหยทุกท่านโปรดทราบว่าร้านอาหารจะเปิดเวลาสิบเอ็ดโมงตรงเผง ไม่มีเลทไม่มีเลื่อนแม้แต่นาที ก่อนหน้านั้นจะมีเก้าอี้ตัวหนึ่งมาตั้งหน้าร้าน พร้อมกับป้ายภาษาญี่ปุ่นและตัวเลขอารบิกที่ทำให้เราพอเดาความได้: เลขสิบเอ็ด: 11, บางร้านก็ใจร้ายเขียนเป็นตัวเลขญี่ปุ่น กลัวคนต่างชาติอย่างเราอ่านเข้าใจ!

                สมองบนบอกว่า อีกครึ่งชั่วโมงเอง, สมองกลางบอกว่า อีกตั้งครึ่งชั่วโมง

                ถึงจะอยู่ในร่างเดียวกัน แต่ว่ามองปัญหาน้ำครึ่งแก้วได้ไม่เหมือนกันอีก เอาเข้าไป!

                 

                เราวินโดว์-ชอปปิ้งอาหารอยู่ได้ไม่นาน (เพิ่งประจักษ์กับตัวเองนี่ล่ะ ว่าอาหารก็ถูกวินโดว์ชอปปิ้งได้ด้วย) พนักงานหญิง สวยดั่งนางฟ้าซากุระ (ภาพจากสมองกลาง) เธอก็เสด็จมาเอาเก้าอี้ออก เนื่องจากได้เวลาที่เมืองนี้จะตื่นแล้ว

                 และแล้วอาหารมื้อแรกของเราในญี่ปุ่น ก็คือราเม็ง ราคา 850 เยน (สั่งด้วยการชี้โบ๊ชี้เบ๊และภาษาใบ้)

                เอ้อ... พูดถึงเรื่องรสชาติ ต้องขอขอบคุณแฟรนไชส์ราเม็งญี่ปุ่นทั้งหลายในประเทศไทยด้วย ที่ตามใจลิ้นกันจนเกินไป ลิ้นของสายเลือดไทยอย่างเราๆ จึงถูกสปอยล์ เป็นเด็กมีปัญหา เรื่องมาก เอาแต่ใจตัวเอง ทำให้เรากินราเม็งที่นี่ไม่อร่อย (แบบสัมพัทธ์) (ภาษาอังกฤษคือ relatively) (บอกทำไม) (วงเล็บเยอะทำไม) แม้แต่มิสเอ็กซ์, ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ขณะที่เธอกำลังวินโดว์ ชอปปิ้งอยู่ ถึงกับสบถว่า "โอ้ย.. ชั้นโซหิว จะกินควายได้ทั้งตัวแล้ว", ยังรู้สึกไม่ประทับจิตสะกิดใจกับราเม็งชามนี้เท่าที่คิด

                 "แค่นี้ก็เอาแล้ว.. หรือว่าจะให้ฉันเปิดวาลว์น้ำย่อย ให้ออกมากัดผนังกระเพาะของพวกแกแทนดีล่ะ หืม!" ท่านผู้สำเร็จราชการตวาด

                ...เงียบไปได้แล้วครับพี่ ผมรู้แล้วครับว่าพี่ใหญ่ มีอิทธิพลพอที่จะทำให้ผมทรมาน ผมได้หาอะไรมาใส่ปากพี่แล้วไงครับ ปลดปล่อยอำนาจ ลงจากราชบัลลังก์ ปล่อยให้สมองบนสั่งการได้แล้ว นะ นะ นะ

                "เออ ก็ได้ อิ่มพอดี เอิ้บบ (เรอยาว)" ในที่สุดเขาก็เงียบไป ในที่สุดสมองบนก็มีชัย ชโย

                แต่เป็นชัยชนะแค่ชั่วคราวนะ

                อีกสักห้าหกชั่วโมงค่อยเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองใหม่อีกรอบ

 

พบ "นางมารร้ายในเจแปน" ได้ทุกๆ จันทร์ พุธ ศุกร์  
อ่านแล้วชอบไม่ชอบอย่างไร คอมเมนต์ไว้ได้ครับผม :-)

Comment

Comment:

Tweet

open-mounthed smile แล้วญี่ปุ่นมากินราเม็งในไทยจะรู้สึกยังไงนะ?

#24 By on 2009-09-19 11:05

ชอบสมองกลางส่วนบน confused smile

#23 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-09-13 14:11

อ่าจบซะแล้ว อ่านตั้งแต่แรกหมั่นไส้มิสเอ็กซ์เล็กน้อย แต่ดูชีร้ายแบบใสๆ ฮาดี หลังๆไม่ค่อยเห็นชีออกโรงเลยอ่าค่า

ปล.ส่วนตัวชอบก๋วยเตี๋ยวไทยมากกว่าราเมงนะคะ แต่สามีเถึยงตลอดว่าราเมนอร่อยที่สุดในโลก เฮ้อ

#22 By กล้วยหอมรสนม (121.103.87.179) on 2009-09-11 12:44

เริ่มจะคุ้นๆขึ้นมาแล้วว่า ผู้เขียนนี่จินตนาการสูงโด่ง

อืม

เข้ากันได้กับมิสเอ็กซ์จริงๆน่ะแหละconfused smile

#21 By PoY on 2009-09-11 06:31

เมื่อไหร่จะมีบุญญาธิการได้ไปญี่ปุ่นมั่งนะเนี่ย~

อ่านแล้วโซโคตรอยากไปเลย

#20 By zezarkitty on 2009-09-10 22:53

อาหารเมืองไทยอร่อยสุดแล้ว

#19 By Bxjapan on 2009-09-10 21:43

ค่า |]
ลุงเราไปญี่ปุ่นกินราเมนก็บอกว่าไม่อร่อยค่ะsad smile

#17 By namnampai on 2009-09-10 21:00

สมองส่วนนี้เค้าแรงจริงๆ!
555~

#16 By Daisuke*-0- on 2009-09-10 20:41

โถ... ทั้งหนาวทั้งหิว question
ตั้งตารอความร้ายกาจของมิสเอ็กซ์อยู่นะคะ
คิดถึงมิสเอ็กซ์จังค่ะ

#14 By film. on 2009-09-10 14:08

เรากำลังถูกสมองควบคุมรึเนี่ย

มิสซิส X เงียบๆนะครับ
สงสัยหิวจัดbig smile
คราวนี้มีรูปด้วย

คราวหน้าลงรูปอีกนะคะ big smile


ชอบประโยคที่ว่า สมองบนทำหน้าคิด สมองล่างทำหน้าที่ผลิต surprised smile
เอ่อ...
เรื่องส่วนสมอง...

เห็นด้วยยยยยยยย open-mounthed smile /

ส่วนเรื่องราเม็ง
ไม่ออกความเห็น กินแต่มาม่า...
sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile

ติดตามต่อไปด้วยใจระทึก
กำลังลุ้นว่ามาสเตอร์แชมป์จะได้แผ่นกลับบ้านกีิแผ่น...open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#11 By ซับบาธ... on 2009-09-10 08:43

ตกกะใจ!
มีรูปด้วย

ปล่อยให้นึกภาพ
มาหลายตอนเลย
นะครับเนี่ย

confused smile confused smile confused smile

#10 By h|b|b on 2009-09-10 05:57

ราเมงที่ไปกินที่นู้นมา เป็นวากาเมะราเมง ...
เค็มปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ... T w T
*เราว่าเรากินเค็มแล้วนะ*

แต่ร้านที่นู้นเปิดช้าจริงค่ะ
บางร้านเปิดซะเที่ยง ... พี่จะทำมาหากินกันไหม!!!

#9 By dreamy on 2009-09-10 01:22

ที่นู่นเค้ากิดรสไม่จัดเท่าที่บ้านเรา
พอไปกินเรยรู้สึกจืดๆเค็มๆ ไม่ถูกปาก

แต่เวลาหิวแล้วต้องรอนี่
เปนอะไรที่ทรมานได้อีก

#8 By PEACE on 2009-09-10 00:33

รู้สึกว่า จะต้องใช้สมองส่วนบนประมวลผลคำศัพท์อยู่พอสมควรเลย.. ฮ่ะๆๆ
ว่าแต่ รู้สึกช่วงนี้ยังญาติดีกับมิสเอ็กซ์อยู่นะค่ะ~ ^^

อาหารที่นุ่นมันไม่ค่อยถูกปากพวกเราจริงล่ะค่ะ~
แม้แต่ มาม่า -*-

#7 By littlegiftz on 2009-09-10 00:18

ท่าทางจะยาวกว่าที่คิดแฮะ งานนี้

#6 By overtime on 2009-09-09 23:33

เหมือนกัน อุตส่าห์ถ่อไปกินราเม็งถึง ราเม็งโน๊ะบิ๊จุทซึกัง ที่ชินโยโกฮาม่า ...พบว่า ไม่อร่อยว่ะ T^T

#5 By บองเต่า on 2009-09-09 23:26

อื้อหือ

ศัพท์สูงมากconfused smile

#4 By Ruchesmowse on 2009-09-09 23:26

ไม่อร่อยซะงั้น sad smile

#3 By clock on 2009-09-09 23:24

โถ หิวแล้วยังต้องรอ ตั้งครึ่ง ชม.sad smile

#2 By Variety-Phet on 2009-09-09 23:21

ตอนผมได้ทานราเมงที่ญี่ปุ่น ก็รู้สึกว่าที่ไทยอร่อยกว่าเหมือนกันครับ sad smile

#1 By SkyKiD on 2009-09-09 23:19