หมายเหตุ : นางมารร้ายในเจแปน เป็นเรื่องยาว หากท่านเพิ่งหลงเข้ามา กรุณากดที่ Chapters  เพื่อให้สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันอย่างมีอรรถรสครับ

 

 

ชีวิต บางทีก็ต้องปิดปรับปรุง

                นักท่องเที่ยวนู้บๆ อย่างเรา (noob = มือใหม่) บางคนอาจจะงง เมื่อมาที่เกียวโตแล้วมีสองวัดที่ชื่อคล้ายกัน, กินคะคุจิ กับ คินคะคุจิ

                 กินคะคุจิ คือ วัดพลับพลาเงิน ส่วนคินคะคุจิ คือ วัดพลับพลาทอง

                แผนของเราคือไปเยี่ยม ‘กิน' คะคุจิ วันนี้, ไว้ค่อย ‘คิน' พรุ่งนี้ เพราะนี่เป็นการท่องเที่ยวแบบเรียงลำดับตัวอักษร (อัลฟาเบตติคอลทริป) และกอไก่ มาก่อนคอควาย (ขี้โม้!)

                หลังลงจากรสบัสสาย 5 ที่ป้าย Ginkakaji-michi (ด้วยอภิสิทธิ์ของบัตรบุฟเฟ่ต์หนึ่งวันในเกียวโต ราคาห้าร้อยเยน) ก็ต้องถ่อไปตามเนินถนนอีกประมาณสามร้อยเมตรด้วยบาทาและฝ่าเท้าของเราเอง มันทั้งสองข้างเริ่มร้องระงมประท้วงขึ้นมาด้วยความปวดระคนปนกับความง่วง ผมพยายามทำเป็นไม่สนใจเสียงกระจองอแงของลูกแหง่ทั้งสอง ไพล่คอหันไปดูวิวจะเข้าท่ากว่า

 สองฟากฝั่งเนินมีร้านขายของกระจุกกระจิกน่ารัก รวมไปถึงขนมญี่ปุ่นแบบต่างๆ เย้ายวนให้ม่วนใจ๋ เรียกว่าถ้าจิตใจไม่แข็งแกร่งพอนี่อาจจะเดินไปไม่ถึงตัววัดเอาได้ง่ายๆ มาตาย มาเสร็จคุณป้าร้านขายขนมนี่ล่ะวะ

                แต่ตอนนี้ท้องเราอิ่ม ดังนั้นเราใจแข็งพอ! (ยังจะมีหน้ามาพูด)

 

                จากหนังสือนำเที่ยว และสภาวการณ์รอบตัว นี่ควรจะเป็นทางเดินที่รื่นรมย์กว่านี้ ต้นซากุระควรจะผลิดอกได้แล้ว แต่เท่าที่เห็นสองฟากฝั่งมีเพียงต้นโกร๋นๆ พากันชูช่อยอดกิ่งสีดำน้ำตาลเสียดแทงท้องฟ้า สลับกับมวลหมู่นักเรียนญี่ปุ่นม.ต้น ม.ปลายคุยสไตล์คิมูชิอิไตอิโสะกันอย่างเฮฮามะเทิ่ง

                "นี่ถ้าซากุระบานมันคงสวยเนอะ" มิสเอ็กซ์รำพึง หลังจากละสายตาไปจากหนุ่มแดนซูชิคนหนึ่ง

                "ใช่ คงชมพูขาวไปทั้งแถบถนน เอาน่า เราว่าวันท้ายๆ ของทริป มันคงบานแล้วล่ะ" ผมพยายามมองโลกในแง่ดี

                "น่าเสียดาย" เธอถอนหายใจยาวเป็นคาวขวัญ.. ควันขาว

                "คิดซะว่าซากุระมันปิดปรับปรุงละกัน" ผมบอก แต่พบว่าเธอกลับไปมองไอ้หนูซูชิรายเดิมแล้ว

                มิสเอ็กซ์และผมเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาๆ คือไม่ได้ช่ำชองอะไรแต่มีความคาดหวังสูง, นักท่องเที่ยวประเภทนี้จะมีนิสัยเหมือนนักลงทุน, จ่ายสตางค์ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทริป แล้วก็หวังไปเอง ลมๆ แล้งๆ ว่าผลตอบแทนจะคุ้มค่า ยิ่งถ้าได้ของแถมจะถือว่ายิ่งดี ยิ่งคุ้ม ในกรณีนี้ก็คือ ซากุระต้องผลิดอกให้เห็นสิ เอาสวยๆ ด้วยนะ อย่ามาหุบกลีบ อย่ามา!, เด็กคนนั้นต้องไม่ร้องไห้กระจองอแงอย่างนี้สิ, ทำไมถึงมีสาวน่ารักน้อยจัง คนนู้นก็ไม่ผ่าน คนนี้ก็ไม่ผ่าน, ราเม็งชามที่เพิ่งกระซวกไปต้องไม่รสชาติเหมือนน้ำร้อนเปล่าๆ แบบนั้นสิ, แล้วทำไมนี่อากาศถึงได้หนาวอย่างนี้ พระอาทิตย์ช่วยโคจรมาใกล้โลกหน่อยได้มั้ย, จะเอาแต่ใจอย่างนู้น จะเอาอย่างนี้ อย่างโน้นเรื่อยไป พอใจไม่ง่าย

                นัยน์ตาข้างหนึ่งของผมซึ่งมีหน้าที่มองโลกในแง่งาม มันพยายามมองอย่างดีที่สุดว่า ในการท่องเที่ยว ทุกอย่างคงไม่ได้เป็นตามที่คิด และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด นั่นคงเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่สนุกเท่าไหร่

 

                แต่ถึงจะมองโลกในแง่ง่ามงามอย่างใด ก็เป็นโชคร้ายอีกครั้งของเรา ที่สิ่งที่ถูกปิดปรับปรุง ไม่ใช่แค่ซากุระเท่านั้น

                มันรวมไปถึง... ถึง... ถึง... ขอเสียงดรัมโรลหน่อยครับ

                วัดกินคะคุจิด้วย!

 

                หง่าง! เสียงฆ้องก้องหง่างเหง่งอยู่ในกระดูกรูปทั่ง โกลน และค้อนในช่องหูของเราอย่างไม่ปราณี เราจ่ายเงินค่าเข้าชมวัดไปแล้วห้าร้อยเยน ห้าร้อยเยนเพื่อมาพบนั่งร้านและโครงไม้ที่ประกอบรอบตัววัดนี่นะหรือ

                รู้สึกเหมือนถูกเข้าไปในหลุมดำ, เราหมุนวนเข้าไปในความมืดที่ไร้ขอบเขตพร้อมกับเสียงร้องว่า "ม่ายยยย..." ที่ค่อยๆ เลือนหายไปตามระยะทางอันห่างไกล

                วัดกินคะคุจิเป็นวัดที่ไม่เสร็จมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ดังนั้นสภาพที่ได้เห็นในเวลานี้ ก็เป็นการประกาศเจตนารมย์อย่างเพอร์เฟค ว่าชั้นเป็นวัดที่ไม่เสร็จ และชั้นก็จะประกาศความไม่เสร็จของชั้นต่อไปอย่างภาคภูมิ

                ที่ว่าเป็นวัดที่ไม่เสร็จตั้งแต่ต้นคือ ในครั้งอดีต โชกุนนามโยชิมาสะ อาชิคางะ ผู้มีดำริให้สร้างวัดกินคะคุจิ ตั้งใจจะเคลือบทั้งตัววัดด้วยเงินทั้งหลัง ให้เคียงคู่กับวัดคินคะคุจิ ซึ่งเคลือบด้วยทองอร่ามทั่วพลับพลาสมบูรณ์แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ท่านโชกุนได้มาด่วนเสียชีวิตก่อนที่จะบรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว วัดกินคะคุจิจนแล้วจนรอดจึงไม่ได้ถูกเคลือบด้วยเงินสักที เท่าที่เห็นตัววัดเลยมีภายนอกเป็นสีน้ำตาลเข้ม ตามสีธรรมชาติของไม้ที่นำมาก่อสร้าง แต่เพียงเท่านั้นก็นับว่าเป็นวัดที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมภายนอก มีบ่อน้ำเย็นๆ มีต้นไม้สอดไล่กันเป็นองศาน่าดูชู้ชื่น

                ตอนนี้ ผมไม่ได้หวังจะเห็นวัดสะท้อนแสงจากอาทิตย์เป็นสีเงินอร่ามงามให้เป็นบุญตาตามที่โชกุนท่านประสงค์หรอกครับ, หวังจะเห็นแค่วัดไม้สวยสงบๆ เย็นๆ สักหลังอย่างที่มันเป็นเท่านั้นเอง, แต่ที่เห็นและเป็นอยู่คือนั่งร้านและโครงไม้ สถาปัตยกรรมอันน่ารังเกียจที่ล้อมรอบตัววัดเหมือนกับมัดหมู่เชือกฟั่นที่มารัด มาพันกอตซิลล่าไม่ให้ออกอาละวาด กอตซิลล่าในที่นี้ก็คือตัววัดนั่นเอง

 

                เมื่อไม่สามารถมีความสุขได้กับทุกสิ่ง เราก็ต้องเรียนรู้ที่มีความสุขจะอยู่กับสิ่งที่เหลือ

                นั่นคือการดูต้นไม้, และที่สำคัญ, ดูปฏิภาณ ปฐวีกานต์!

                ทุกหนแห่งในตัววัดปกคลุมไปด้วยพืชสีเขียวขนาดจิ๋วชนิดนี้, ไม่ใช่ต้นหญ้า ไม่ใช่กาฝาก, แต่เป็นมอส (พิโธ่! พยายามจะเล่นมุขแต่ไร้ความสามารถ), ไม่รู้ว่าด้วยภูมิอากาศที่แตกต่างกันหรืออย่างไร ทำให้มอสแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วและสวยงามดังเป็นลวดลายสัญลักษณ์ลายเซ็นของเกียวโต มันปกคลุมพื้นดินและหินถนนไปทั่วเกิดเป็นหย่อมเขียวเหลืองน้ำตาลซับซ้อนงามตา

                ผมว่าในญี่ปุ่น อย่างน้อยก็เกียวโต จะต้องมีคนคลั่งพี่มอสของเราเยอะแน่ๆ เพราะภายในบริเวณวัดยังมีการจัดแสดงโชว์มอสประเภทพันธ์ผันต่างๆ นำมาจำแนกตามชนิดในกล่องไม้เล็กๆ วางตั้งอย่างเป็นระเบียบให้ผู้สนใจได้ศึกษา รวมไปถึงผู้ที่ไม่สนใจจะศึกษาแต่อยากจะถ่ายรูป ได้ชื่นชมกันตามนิสัยใจคอแต่ละคน

                เรามองดูกระบะมอสสลับกับโครงเหล็กและไม้ที่ครอบตัววัด แล้วก็พบว่าถ้ามีความสุขเสนอให้เราเพียงเท่านี้, เราก็มีความสุขเพียงเท่านี้ก็ได้ (วะ)

                จริงๆ เราควรจะดีใจด้วยซ้ำไป ว่าทางการญี่ปุ่นหรือเมืองเกียวโต เขาให้ความสำคัญกับการบูรณะสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ จนถึงกับปิดปรับปรุงตัววัดกินคะคุจิเลยทีเดียว ของใช้ไปนานๆ ถึงทนเท่าไหร่ แต่ยังไงวันหนึ่งก็ต้องพังถ้าไม่เก็บ ไม่รักษา ไม่รีเฟรชมันอยู่เรื่อยๆ ใช่มั้ย?

                ผินสายตาไปยังฟ้าสีโคบอลต์บลูอย่างลุ่มลึก ผมถอนหายใจยาวเป็นกลุ่มหมอกควันขาว มันคงลอยไปควบรวมกับเมฆเบื้องบนสินะ มองตามเพียงเพื่อพบว่ามันค่อยๆ กระจายจางและแผ่กว้างออก เหลือเพียงความว่างเปล่าและโปร่งใสเบื้องหน้าสิ่งก่อสร้างที่ควรจะเป็นพลับพลาเงิน เดินทางไปไม่ถึงบนฟากฟ้าอย่างที่ใฝ่ฝันไว้ น่าเสียดายนะเจ้ากลุ่มหมอกควัน ผมยิ้มน้อยๆ ปนเศร้าใจให้กับความเป็นไปและเปลี่ยนแปลงของโลก

                ดีแล้วหละ

                ดีแล้วหละ.. ผมยอมเสียสละเอง เพื่อให้คนที่มาเที่ยวในเดือนหน้าหรือปีหน้าได้เห็นมันในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ผมยอมครับ... ปิดไปเถอะ ไม่ต้องให้ผมดูหรอก... ค่าเข้าชมห้าร้อยเยน ห้าร้อยเยน (คูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนอย่างว่องไว) ร้อยเก้าสิบบาท ร้อยเก้าสิบบาท

                ร้อยเก้าสิบบาทกับการชมมอสพันธ์ต่างๆ ในกระบะไม้ กระซิก กระซิก ผมยอม ผมยอม ผม...

                ม่ายย้อม!

                ผมควักตาข้างที่มองโลกในแง่ดีออก แล้วบอกว่า โคตรไม่คุ้มอะ! ฮ่วย!

 

 

เนื่องจากผู้เขียนติดภารกิจทางการงานและการวาด
จึงขอเปลี่ยนวันการอัพเดท นางมารร้ายในเจแปน ลง
ตั้งแต่สัปดาห์หน้า พบ "นางมารร้ายในเจแปน" ได้ทุกๆ จันทร์ พฤหัส
ขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

Comment

Comment:

Tweet

ถึงไม่ได้เ้ข้าไปดู แต่อ่านจากที่บรรยายแล้วรู้สึกว่าต้องสวยแน่ ๆ อย่างบอกไม่ถูกเลย

ว่าแต่โชกุนคนที่เอ่ยชื่อมา ใช่คนเดียวกับในอิคคิวซังรึเปล่าอ่ะคะ

#23 By geminigem on 2009-12-02 00:51

ผิดหวังบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา
ของการเที่ยวครับ
ไม่งั้นการเที่ยวจะมีรสชาติได้อย่างไร

confused smile confused smile confused smile

#22 By h|b|b on 2009-09-18 16:42

เหอๆๆ thinking positive ก็ช่วยไม่ได้ล่ะงานนี้

ตอนเดิน เดินเข้าไปด้วยความหวัง พอไปถึงจุดหมาย มันกลับปิดประตูความหวังใส่หน้าเราซะงั้น

ผ่างงง!!!!!

แหม๋ เสียดายจริงๆ แหละค่ะเหอๆ

#21 By -ChaChaCha- on 2009-09-15 10:19

190 ขอลายเซ็นมาด้วยป่ะ open-mounthed smile

#20 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-09-13 14:23

รู้งี้เสร็จคุณป้าร้านขายขนมข้างทางซะแต่แรกก็ดี ฮ่าๆ

#19 By zezarkitty on 2009-09-12 23:25

เสียดายเงิน
เอาน่า...

คราวหน้าไปอาจจะได้เห็นนะคะ
(จะมีคราวหน้ามั้ย?)open-mounthed smile

#18 By namnampai on 2009-09-12 13:56

มาถึงสองตอนท้ายนี้ งัยชอบกลนะผู้กำกับ เหมือนเปิด UBC ดูละครรักไต้หวัน แล้วค่อยๆเฟดเป็น เนชั่นเนลจีโอกราฟฟิก ไปซ๊างั้น sad smile

#17 By on 2009-09-12 13:45

น่าเสียดายๆ

#16 By Seam - C on 2009-09-12 13:44

เสียห้าร้อยเยนเพื่อดูมอส sad smile


แลกกับธรรมชาติไงคะ question
เซ็งแทนเลย

ภูมิใจว่าเราได้ไปเห็นตอนที่มันกำลังถูกปรับปรุง ได้รู้วิธีการทำ 555++

#14 By engineerpraew on 2009-09-12 09:34

มิสเอ็กซ์ หายไปไหนล่ะเนี่ย 555+ sad smile
เสียดายไม่ได้ไปที่อยากไป
แต่ก็เจอที่สวย ๆ เหมือนกัน
บรรดาสีเขียวขจี ร่มตาดีครับ big smile
(อยากไปมั้ง)

#13 By PANTHONG on 2009-09-12 08:06

รู้สึกตอนนี้กลายเป็น เจแปนจะแอบร้ายใส่พี่แชมป์แทนมิสเอ็กซ์ซะแล้ว ^^"
แต่ชอบ ย่อหน้าที่บรรยายพรรณาถึงกลุ่มหมกควันจังเลยค่ะ ^^

#12 By littlegiftz on 2009-09-12 01:11

ตอนผมไปดูวัดโคมแดงที่อาซากุสะ วัดก็ปิดปรับปรุงเหมือนกันครับ แต่ผมโชคดีกว่าพี่แชมป์นิดหน่อยตรงที่ไม่เสียค่าเข้าชม500เยน และโคมแดงไม่ได้ซ่อมอยู่(ซ่อมแค่ตัววัดด้านใน)

#11 By SkyKiD on 2009-09-12 01:02

เย้ คราวนี้มีภาพปลากรอบด้วย ค่อยดูมีสีสันขึ้นหน่อย confused smile

#10 By ตุ้ย since 2006 on 2009-09-12 00:32

แย่สุดๆ ตอนผมไปเมื่อปีที่แล้วก็ยังปรับปรุงอยู่ แต่ผมไม่ได้เข้าหละ มีคนบอกมาอีกที

#9 By หมูทอดซามะ on 2009-09-12 00:02

ดูต้นไม้เขียวๆก้สบายตาดีนะคะ แหะๆๆ

พลาดแฮะๆ

#8 By PEACE on 2009-09-11 23:50

งวดนี้ปรับปรุง

ให้พี่แชมป์มาชมแบบสมบูรณ์งวดหน้าไงคะ

ได้เห็น ก่อนและหลังbig smile

#7 By Variety-Phet on 2009-09-11 23:40

ปิดปรับปรุง ทำไมยังเก็บเงิน และปล่อยให้เข้ามาน๊า

#6 By Bxjapan on 2009-09-11 23:24

ตอนนี้มิสเอ็กซ์ไร้บทแฮะconfused smile

#5 By Ruchesmowse on 2009-09-11 23:18

มอสมันก็ดูแห้งๆกรังๆยังไงชอบกลนะแก

#4 By บองเต่า on 2009-09-11 23:14

เศร้าเลยนะ ไม่ได้เห็นในสิ่งที่อยากจะเห็นsad smile

#3 By overtime on 2009-09-11 23:02

#1 ถ้าไม่นับนักเรียนญี่ปุ่นกลุ่มที่เจอตรงทางขึ้น ที่เหลือก็เป็นอาซิ้มอาซ้อขอพรน่ะครับsad smile
เอาน่า...
ดูต้นไม้ สร้างสมาธิ พักจิตใจ...

ว่าแต่...
แถวนั้นไม่มีสตรีงามให้ดูแทนต้นไม้บ้างเหรอขะรับ...??

#1 By ซับบาธ... on 2009-09-11 22:46